ทองดำดูหนัง #21 Backroom นรกห้องลับ (2026)
Backroom ร่องรอยแห่งความทรงจำในห้องสี่เหลี่ยมอนันต์
Directed by Kane Parsons(2026)
จากตำนาน Creepypasta (เรื่องเล่าชวนขนหัวลุกบนโลกอินเทอร์เน็ต) สู่ภาพยนตร์ทริลเลอร์ขนาดยาวที่ชวนให้ผู้ชมหายใจไม่ทั่วท้อง
เรื่องราวของ ดร. แมร์รี่ ไคลน์ นักจิตบำบัดที่หลงเข้าไปในร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งเพื่อตามหา คลากค์ คนไข้ของเธอที่จู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงคำใบ้ปริศนาว่า “อยู่ที่นี่แล้วสบายใจ” ทว่าสิ่งที่ไคลน์กลับต้องเผชิญ คือห้องลับปริศนาที่ซ่อนความลับอันน่าตะลึงและชวนเพลิดเพลินแกมสยองขวัญเอาไว้
เดิมทีโปรเจกต์นี้ถูกสร้างเป็นหนังสั้นมาก่อน (เล่าเรื่องต่างจากฉบับหนังยาว) สามารถไปเสิร์ชหาดูได้ในช่อง Kane Pixels ซึ่งผู้กำกับคนนี้เริ่มทำหนังตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี เทคนิคในหนังสั้นจะเน้นความเรียบง่ายแต่น่ากลัว เล่าถึงกลุ่มเพื่อนทำหนังที่หลุดเข้าไปในมิติพิศวงและถูกสิ่งมีชีวิตลึกลับไล่ล่า
Liminal Space คือพื้นที่ว่างเปล่าที่ถูกทิ้งร้าง มีลักษณะกว้างขวาง อ้างว้าง แปลกประหลาด และอยู่เหนือจินตนาการของมนุษย์ ซึ่งแนวคิดนี้ถูกนำมาประกอบสร้างเป็นมิติ Backroom ได้อย่างทรงพลังหากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ลองจินตนาการว่าคุณเดินออกมาจากโรงภาพยนตร์ตอนเที่ยงคืน ทุกอย่างปิดหมด มีเพียงแสงและเสียงหึ่งๆ จากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ เสียงฝีเท้าของตัวเอง และความมืดที่คืบคลานในบางจุด สภาวะเหล่านี้ชวนให้เรารู้สึกกระสับกระส่ายและอยากรีบหาทางออก ทว่ายิ่งพยายามหาเท่าไหร่ ก็ยิ่งหลงวนอยู่ในเขาวงกตแห่งนี้ และไม่ใช่แค่ห้องสี่เหลี่ยมสีเหลืองซีดเท่านั้น แต่มันยังมีทั้งห้างสรรพสินค้าร้าง สระว่ายน้ำเก่า หรือสำนักงานที่มีเครื่องปริ้นทำงานอยู่ตลอดเวลา ตามแต่ผู้แต่งจะแต่งเติม
แม้หน้าหนังจะดูเหมือนไม่มีลูกเล่นอะไรมาก แต่ในองก์ที่สอง หนังกลับพาเราดิ่งลึกไปสำรวจจิตใจอันซับซ้อน ความทรงจำที่ถูกกดทับ และสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมตัวตนของเรา
คลากค์ เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ธุรกิจกำลังดิ่งลงเหว ถูกภรรยาทิ้งและยึดบ้านแถมยังมีอาการติดเหล้า ในขณะที่เขาพยายามสุดชีวิตเพื่อกู้ซากชีวิตพังๆ เขากลับหลุดเข้าไปในพื้นที่ปริศนาใต้อาคารร้านของตัวเอง ที่ซึ่งคล้ายกับร้านของเขา แต่กว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด มีเฟอร์นิเจอร์และหุ่นกระดาษคนยุคหินตั้งอยู่อย่างประหลาด ยิ่งดำดิ่ง คลากค์ยิ่งหมกมุ่น เพราะมิตินี้มอบความแปลกใหม่ให้เขาไม่รู้จบ และทำให้เขาได้หลีกหนีจากความจริงที่ว่าตนเองเป็นสถาปนิกที่ล้มเหลว เจ้าของร้านที่ไม่เอาไหน และสามีที่ห่วยแตก... ที่แห่งนี้จะไม่มีใครตัดสินเขาได้
ดร. แมร์รี่ ไคลน์นักจิตบำบัดที่มีบาดแผลในใจไม่ต่างกัน เธอฝังใจกับแม่ที่ป่วยเป็นโรคจิตเภท และการถูกนายทุนหน้าเลือดมาพรากพื้นที่อันอบอุ่นในอดีตไป ทำให้เธอไม่สามารถเปิดใจให้ใครได้จริง ความใกล้ชิดในมิติลับทำให้ไคลน์เริ่มมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของคลากค์ และตระหนักได้ว่า “เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร หากเราสบายใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ ก็แค่ทิ้งทุกอย่างแล้วจมไปกับมัน”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ไคลน์จึงยอมแพ้ที่จะรักษาเขาต่อ แต่ทว่าปีศาจในใจของคลากค์กลับบอบช้ำเกินกว่าจะยอมปล่อยให้ใครเดินจากไปง่ายๆ มันจึงเริ่มออกตามล่าเธอจนไคลน์ได้ค้นพบความจริงเกี่ยวกับพื้นที่ไม่รู้จบแห่งนี้ เธอตระหนักได้แต่แทนที่เธอจะยอมรับและเดินหน้าต่อทว่าเธอกลับถูกมันดูดและดำดิ่งไปกับมัน ไปกับอดีตที่ยังเจ็บปวด ไม่แน่ว่าส่วนหนึ่งของไคลน์อาจจะพยายามดิ้นรนออกมาก็ได้
เคน พาร์สันส์ ยังพาเราไปสำรวจการรักษาที่ล้มเหลวบ่อยครั้งที่การพบนักจิตบำบัดไม่ได้แปลว่าจะหายดี หนำซ้ำอาจเป็นการเปิดแผลให้เหวอะหวะกว่าเดิม ดังเช่นฉากที่ไคลน์ลองสวมบทบาทเป็นภรรยาของคลากค์เพื่อจำลองการทะเลาะกัน แต่มันกลับสร้างความเข้าใจผิดและตอกย้ำแผลใจให้คลากค์การปล่อยให้พื้นที่รกร้างในเรื่อง จึงไม่ได้หมายถึงแค่ความล้มเหลวของระบบทุนนิยมหรือการก่อสร้างที่ถูกทิ้งขว้าง แต่พาร์สันส์กำลังเปรียบเปรยถึงความซับซ้อนในจิตใจมนุษย์ที่ยากจะหยั่งถึง
ทองดำประทับใจ ฉากทานข้าว และ ฉากไล่ล่า ที่เราได้เห็นตึกราบ้านช่องซ้อนทับกันอย่างไม่รู้จบ เหมือนเศษซากความทรงจำหรือสิ่งที่เราเคยเห็นในชีวิตจริงถูกจับมาขังไว้ในพื้นที่แห่งนี้ มันให้ความรู้สึกตื่นเต้น ระแวง และแปลกประหลาด ทั้งจากบรรยากาศรอบตัวและตัวละครอื่นๆ ที่หน้าตาบิดเบี้ยว (แอบกระซิบว่ามีบางฉากที่แอบปวดหัวนิดหน่อยเพราะมุมกล้องขยับไปมาค่อนข้างไว)
โดยรวมแล้ว ทองดำมองว่าหนังเรื่องนี้เก่งมากในการถ่ายทำสถานที่ธรรมดาๆ ให้ออกมารู้สึกลึกซึ้งและน่ากลัวได้มากกว่าที่ตาเห็น ถือเป็นการต่อยอดจากหนังสั้นมาเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวที่น่าสนใจและทำออกมาได้ดีมากๆ เลยค่ะ ถ้าใครได้ไปดูมาแล้ว คิดเห็นอย่างไรมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้น้า หวังว่าจะเอนจอยกับการดูหนังค่ะ!
ความคิดเห็น