ทองดำดูหนัง #28 อรุณกาล(2026) ผมจะจดจำคุณตลอดไป

อรุณกาล (2026) ยามอาทิตย์ตกดิน ฉันจะจดจำเธอตลอดไป กำกับโดย ศิวโรจณ์ คงสกุล
ยงค์ จันทร์แจ่ม ชายชราผู้เป็นอดีตทหารผ่านศึก เป็นสามีของภรรยา เป็นเพื่อนรักของเพื่อน เป็นพ่อของลูกชายและเป็นปู่ของหลานสาวสุดที่รัก เขาได้ใช้ชีวิตห้วงสุดท้ายกับ เซียง หลานสาวหัวแก้วหัวแหวนและ แรมโบ้ เจ้าหมาคู่ใจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับเขามาด้วยกัน พวกเขาทั้งสามต่างใช้ชีวิตปกติ ทำกับข้าว ตื่นนอน พาหลานไปเรียนและแวะมาสร้างบ้านต้นไม้ ชีวิตประจำวันที่วนลูปดูเหมือนจะไม่มีอะไรทว่ากลับซ่อนความทรงจำทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคตไว้ในสถานที่ต่างๆ

เซียง เด็กหญิงที่ตั้งอกตั้งใจเรียน เธอเป็นคนเก่งมากโดยเฉพาะภาษาและการมีครูที่แสนน่ารักคอยซัพพอร์ตทุกอย่างยิ่งทำให้อนาคตของเซียงเติบโตเร็วมากขึ้นทุกวันและนั่นทำให้คุณปู่ภาคภูมิใจในตัวเซียงมากๆ จนกระทั่งคืนหนึ่ง เสียงแรมโบ้เห่าดังขึ้น เสียงมอเตอร์ไซค์เก่าๆ มาจอดหน้าบ้านปลุกให้เขาต้องตื่นขึ้นมา ยงค์เดินออกไปหน้าบ้านและเจอเข้ากับชายคนหนึ่ง สภาพเมาเละเทะ เขาพึมพำและเริ่มพรรณนาถึงลูกสาว ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็น อภัย ลูกชายของยงค์ที่ไม่เอาไหน วันๆ กินแต่เหล้าจนยงค์ต้องเอาลูกสาวมาเลี้ยงแทน ยงค์เผชิญหน้ากับอดีตที่คิดว่าปล่อยผ่านไปได้แล้วแต่ลึกๆ เขารู้อยู่แก่ใจว่าสักวันคงจะมีวันนี้ พวกเขาเผชิญหน้าและทะเลาะกันรุนแรง อภัยไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ เขาจึงจากไป อดีตและอนาคตอยู่ข้างๆ ยงค์และเขาเลือกที่จะอยู่กับอนาคต ตั้งใจ เฝ้าดูมันด้วยความรักเพราะหวังว่าจะกลบรอยแผลที่สร้างให้กับอดีตไว้ได้ เขาคงรู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลลูกชายได้อย่างเต็มที่จึงหวังได้เพียงว่าการดูแลหลานสาวจะเป็นหนทางเดียวที่ช่วยทำให้การเป็น “พ่อ” มีความหมายขึ้นมา

การทำหน้าที่ “พ่อ” จริงๆ ได้สิ้นสุดลงเมื่อทราบข่าวการจากไปของอภัย ถึงแม้เขาจะเสียใจมากเพียงใดสิ่งที่เขาทำมาตลอดและยังคงทำอยู่คือเก็บกั้นความเจ็บปวดนั่นไว้ การแสดงของสุรชัย จันทิมาธรถ่ายทอดความเจ็บปวด ความเสียใจและแรงกดดันผ่านสีหน้าเฉยชาได้ดีมากๆ ยิ่งฉากจดว่าตัวเองเคยเป็นอะไรมาก่อนลงในสมุดโน้ตเล่มเล็กๆ ทำให้ทองดำสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ซ่อนไว้ได้ดีมากๆ

ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ ความยึดติดกับการเป็นชายชาติทหารเริ่มโผล่มาให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว เสียงระเบิด เสียงปืนและศักดิ์ เพื่อนรักจากศึกเดียวกัน ยงค์เป็นอดีตทหารผ่านศึกในสงครามเกาหลี ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 21 ประเทศที่ตอบรับคำขอของสหประชาชาติในการส่งกำลังเพื่อช่วยเหลือประเทศเกาหลีใต้ในช่วงสงครามเกาหลี (พ.ศ. 2493–2496) และยังเป็นประเทศแรกๆ ที่แสดงการสนับสนุนอุดมการณ์ของเกาหลีใต้และเห็นได้ชัดว่ายงค์ไม่ใช่เพียงยึดติดอย่างเดียว เขายังปล่อยวางไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรบในเนินเขา การเห็นเพื่อนรักตายในสนามรบและการเห็นเพื่อนรักอย่างศักดิ์พยายามฆ่าตัวตายหนีทหารและหลานสาวที่มาเต้นเพลงอารีรัง เพลงที่พูดถึงการจากไปของคนรักและสงครามยิ่งกระตุ้นอดีตของเขาอยู่เรื่อยๆ

ถึงกระนั้น ยงค์ก็ยังมีเรื่องราวมากมายหลายอย่างหวนคืนมาให้เขาจดจำอยู่ตลอดแต่เขาพยายามอย่างมากที่จะอยู่กับปัจจุบันและอนาคตของเขา ทุกสิ่งเริ่มแปรเปลี่ยนเมื่อเซียงได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ อนาคตกำลังเดินหน้าต่อและปัจจุบันเช่นเขาจะต้องอยู่คนเดียว ยงค์รู้ว่าเวลานี้จะมาถึงและมันมาถึงแล้ว เขาต้องปล่อยเธอไปและเซียงที่รักคุณปู่อย่างสุดหัวใจก็เสียใจเช่นกันที่จะต้องห่างคุณปู่ไปเสียนานและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันแต่สำหรับเธอไม่ใช่ปัญหาเพราะเธอรู้ว่าคุณปู่จะเฝ้ารอเธอเสมอแต่ที่เซียงไม่รู้คือคุณปู่มีเวลาจำกัดเหลือเกิน

ปัจจุบันอยู่ที่เดิมและเฝ้าคอยเวลาที่เขาจะได้พักผ่อนจริงๆ เสียที เวลานั้นมาถึงอยู่กับแรมโบ้จนถึงวินาทีสุดท้าย เรื่องราวจบลงตรงนี้…

ศิวโรจณ์ให้ความสงบ แสงอาทิตย์อ่อนๆ และวิถีชีวิตของสามตัวละครให้เราสังเกต ซึมซับและเฝ้ามองอย่างห่างๆ วิธีการเล่าเรื่องที่เงียบที่สุดแต่ซ่อนความเจ็บไว้ลึกที่สุดทำออกมาได้อย่างดี ติดตรงที่ว่าบทสนทนาระหว่างยงค์และเซียงดูประดิษฐ์ไปในบางโมเมนต์ อย่างฉากที่บ้านต้นไม้ที่นั่งคุยกัน รู้สึกว่ามันยังดูปั้นแต่งเกินไป ไม่ค่อยธรรมชาติแต่ถึงแม้ในบางจังหวะจะดูปั้นเกินไปทว่าความสัมพันธ์ในช่วงอื่นๆ ก็ทำออกมาได้ดีและเป็นธรรมชาติ ทองดำรู้สึกว่าแรกเริ่มผู้กำกับคงอยากให้คนดูยืนมองอยู่ห่างๆ จากมุมกล้องและหลังจากนั้นก็ค่อยให้เราไปมีพื้นที่ในตัวละครมากขึ้น ใกล้ชิดขึ้นซึ่งทำให้เราเหมือนกลายเป็น เพื่อนบ้าน ของครอบครัวนี้ไปโดยปริยาย

อรุณกาล ได้ให้ประสบการณ์จังหวะหนังที่ไม่เล่าช้าเกินไปและมุมมองใหม่จากตัวละครอย่างเช่น แรมโบ้ น้องโอเลี้ยงเป็นหมาที่เล่นได้ดีมากๆ สมเป็นหมาจริงๆ ที่ไม่ใช่หมานักแสดง เจ้าหมาตัวนี้ทำหน้าที่คล้ายคนดูคือสังเกตเพียงแต่ว่ามันได้รับรู้อารมณ์ของยงค์ลึกกว่าและอยู่มานานกว่าคนดูจริงๆ เมื่อเทียบกับ ตลอดไป (Endlessly) หนังสั้นในปี 2557 ที่เล่าถึงความสัมพันธ์คุณยายและหลานสาวที่ชื่อเหมือนกันเหมือนว่าจะสานต่อออกมาได้ไกลและดีกว่า

สุดท้ายนี้ ทองดำคิดว่าหนังเรื่องนี้ได้ให้ประสบการณ์การนั่งดูชีวิตชายชราคนหนึ่งแก่และดับสูญไปโดยมีอารมณ์ของความอิ่มเอมใจเก็บไว้อยู่และคิดว่าสักครั้งควรได้ดูจริงๆ ยามอาทิตย์ตกดินคุณจะไม่เสียใจเลยถ้าได้ดูหนังเรื่องนี้


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทองดำดูหนัง #1 It Was Just Accident แค่อุบัติเหตุ...ที่ตั้งใจ

ทองดำดูหนัง #17 The Drama ชีวิตคู่สุดวายป่วงกับศีลธรรมอันดีงามในโลกยุคใหม่