ทองดำดูหนัง #14 Project Hail Mary (2026) มิตรภาพต่างดาว กู้ชีวิตไปด้วยกัน
Project Hail Mary ภารกิจกู้สุริยะ (2026)
Directed by Phil Lord&Christopher Miller
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มปริศนาตื่นขึ้นมาบนยานอวกาศพร้อมกับหุ่นยนต์ที่กำลังทำบางอย่างกับร่างกายของเขา เขาตกใจสุดขีดและจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อตัวเองหรือเหตุผลที่มาอยู่ที่นี่ หลังจากเริ่มสำรวจยาน เขาก็พบกับความจริงที่น่าสลดใจว่าเพื่อนร่วมทีมของเขาเสียชีวิตหมดแล้ว ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและความจำที่ค่อยๆ ฟื้นคืนมา เขาจึงได้รู้ว่าตัวเองคือ ไรแลนด์ เกรซ (Ryland Grace) อดีตนักวิจัยชีวโมเลกุลที่ผันตัวไปเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์เด็กประถมธรรมดาๆ คนหนึ่ง
แต่ชีวิตธรรมดาของเขาต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อวิกฤต “ดวงอาทิตย์ดับแสง” กำลังจะทำให้มนุษยชาติสูญสิ้น ต้นเหตุมาจากสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวลึกลับที่เรียกว่า “Astophage” (แอสโตรเฟจ) เชื้อแบคทีเรียอวกาศสีดำที่กัดกินพลังงานจากดวงดาวจนหมดสิ้น และมันกำลังทำลายระบบสุริยะของเรา
ขณะที่เกรซกำลังเคว้งคว้างในอวกาศ เขาได้พบกับยานยักษ์สีน้ำตาลจากต่างระบบสุริยะที่นำพาเขาไปรู้จักกับ สิ่งมีชีวิตก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายแมงมุมห้าขา เกรซตั้งชื่อว่า “ร็อคกี้”
ร็อคกี้ คือ “วิศวกรอวกาศ” ผู้มีความรู้ทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่วิวัฒนาการไปไกลกว่ามนุษย์มาก แม้เขาจะมองไม่เห็นด้วยดวงตาแต่ใช้ประสาทรับเสียงแทน ทว่าสิ่งที่ร็อคกี้มีเหมือนกับมนุษย์คือ "ความเหงา" เขาโดดเดี่ยวบนยานมานานเท่าไหร่ไม่รู้และต้องทนดูเพื่อนร่วมทีมตายไปจนหมดเพราะรังสีอวกาศ ความสัมพันธ์ของร็อคกี้กับเกรซจึงไม่ใช่แค่การร่วมมือเพื่อความอยู่รอด แต่คือการเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของสิ่งมีชีวิตสองสายพันธุ์ที่ต่างก็หลงทางในจักรวาลอันกว้างใหญ่
ภารกิจนี้ถูกขับเคลื่อนภายใต้ชื่อ “Project Hail Mary” ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งถึงการสวดภาวนาต่อพระแม่มารีย์ในวาระสุดท้าย เปรียบเสมือนการส่งคำอธิษฐานที่ไม่มีวันหวนกลับ เพราะนี่คือ "ตั๋วเที่ยวเดียว"โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง
เอวา สตราทท์ เจ้าหน้าที่รัฐผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เธอคือตัวละครที่มีมิติซับซ้อน แม้จะดูโหดร้ายที่บีบบังคับให้เกรซไปตายในอวกาศ แต่ในซีนที่เธอร้องเพลง
“Sign of the Times”
เนื้อร้องส่วนหนึ่งจากเพลง
Just stop your crying, have the time of your life
Breaking through the atmosphere
Things look pretty good from here
Remember everything will be alright
We can meet again somewhere
Somewhere far away from here
คำแปล
แค่หยุดน้ำตาของเธอนะ
ใช้เวลาในชีวิตของเธอ
ฟันฝ่าขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศนั่น
และสิ่งต่าง ๆ ที่มันดี ณ ที่แห่งนี้
จงจำทุกสิ่งทุกอย่างไว้ แล้วมันจะดีขึ้น
แล้วเราจะได้พบกันอีกครั้ง ในที่ไหนสักแห่ง
ที่ไหนสักที่หนึ่งที่ไกลจากที่แห่งนี้
เราจะเห็นถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ เนื้อเพลงที่สื่อถึงการจากลาที่ไม่มีวันกลับสะท้อนถึงความหนักอึ้งที่เธอต้องแบกรับไว้เพียงลำพังเพื่อแลกกับความอยู่รอดของคนทั้งโลก
กลับมาที่มิตรภาพระหว่างร็อคกี้และเกรซที่เริ่มจากการสื่อสารผ่านเครื่องแปลงเสียง ค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความผูกพันที่ยิ่งใหญ่ ร็อคกี้เป็นทั้งเพื่อนยามเหงาและผู้มอบความกล้าหาญให้เกรซ
จนในที่สุดเกรซต้องเลือกระหว่างการกลับโลกอย่างวีรบุรุษ หรือการกลับไปช่วยเพื่อนรักต่างดาวที่กำลังจะตายเพราะไม่รู้เท่าทันการวิวัฒนาการของแอสโตรเฟจ
เกรซเลือกที่จะส่งข้อมูลการกู้โลกกลับไปยังโลกผ่านกระสวยอวกาศพร้อมคลิปสั้นๆ ที่บอกเล่าเหตุผลที่เขาเลือกจะอยู่บนนี้เสียมากกว่า เพราะสำหรับเขาแล้ว "บ้าน" ไม่ได้หมายถึงดาวโลกอีกต่อไป แต่มันหมายถึงมิตรภาพและความสุขที่เขาพบจากร็อคกี้
ตอนจบของหนังถ่ายทอดออกมาได้อย่างอบอุ่น เมื่อเกรซย้ายไปใช้ชีวิตที่ดาวอีนิดและทำหน้าที่ที่เขารักที่สุดนั่นคือการเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ให้เหล่าร็อคกี้รุ่นจิ๋ว
ขณะที่เอวา สตราทท์ได้รับอุปกรณ์กู้โลกและรับรู้ว่าเกรซได้เจอบ้านที่แท้จริงเสียที ทองดำขอยกให้หนังเรื่องนี้เป็นไซไฟดราม่าที่ดีที่สุดแห่งปี
ด้วยงานภาพอวกาศที่สดใสมีชีวิตชีวา และการแสดงของไรอัน กอสลิ่งที่เข้าถึงบทบาทครูเนิร์ดผู้กล้าหาญและการแสดงของซานดร้า ฮุลเลอร์ในบทบาทสาวแกร่งและฉากร้องเพลงกินใจมากๆค่ะ
รวมถึงเทคนิค Practical Effect ในการสร้างตัวร็อคกี้ที่ใช้คนเชิดหุ่นจริงๆ ทำให้ทุกท่วงท่าดูมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างน่าทึ่ง หากใครชื่นชอบนิยายของ Andy Weir (ผู้เขียน The Martian)
บอกได้เลยว่าเวอร์ชันภาพยนตร์นี้ทำออกมาได้ Amaze, Amaze, Amaze! จริงๆ ค่ะ
ความคิดเห็น