ทองดำดูหนัง #5 The Secret Agent(2025) ประเทศนี้อยู่เฉยๆก็ผิดเหมือนประเทศไทยเลย

The Secret Agent ประเทศนี้ อยู่เฉย ๆ ก็ผิดได้
Directed by Kleber Mendonça Filho

หนังสายรางวัลที่เข้าชิงออสการ์ถึง 4 สาขา หนังพูดถึงในปี 1997 มาร์เซโล อัลเวซ ชายหนุ่มชาวบราซิลที่กำลังขับรถไปที่เมืองแห่งหนึ่งระหว่างทางเขาแวะปั้มน้ำมันและภาพที่เขาเห็นตรงหน้าคือศพโจรที่ถูกยิงที่มาปล้นที่ปั้มนี้ พนักงานให้คำตอบแค่ว่าโทรแจ้งตำรวจไปตั้งแต่วันพุธก็ไม่เห็นใครมา อ้างว่าติดงานคาร์นิวัล หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจก็พากันมาไม่ใช่มาจัดการธุระเรื่องศพแต่มาตามมาร์เซโลต่างหาก บทสนทนาเต็มไปด้วยการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นผู้สนับสนุนทางการเมืองฝั่งซ้ายหรือไหม เป็นคอมมิวนิสต์หรือเปล่าและถ้าอยากจะออกไปก็ต้องจ่ายเงินมา มาร์เซโลมีเพียงแค่บุหรี่ซองที่จะให้ได้และพวกเขาก็เดินจากไป ทิ้งไว้แต่ร่องรอยกฎหมายของกู ร่องรอยการคอร์รัปชั่นและศพที่เน่าเหม็นไม่มีใครสนใจ นั่นคือฉากเปิดเรื่องของหนังเรื่องนี้

หนังพาเราสำรวจชีวิตของมาร์เซโล ผู้ซึ่งหลบหนีจากอดีตอันลึกลับและกลับมาที่บ้านเกิดตัวเองเพื่อค้นพลความสงบแต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้น มาร์เซโลใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆ ทำงานที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์เพราะต้องการสืบค้นว่าแม่ของเขามีตัวตนจริงไหม ระหว่างนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองอันไม่สงบของบราซิล ทั้งการอุ้มฆ่าคนเห็นต่าง ควบคุมสื่อ ตำรวจตั้งตนเป็นศาลเตี้ย ดำเนินไปพร้อมกับชีวิตชายผู้นี้ มีนักวิชาการอเมริกาใต้เคยกล่าวไว้ว่า “ประเทศแถบฝั่งอเมริกาใต้ บราซิลและประเทศไทยมีปูมหลังทางสังคม การเมืองและวัฒนธรรมที่คลับคล้ายคลับคลา” เมื่อทองดำได้ดูหนังเรื่องนี้จึงได้นึกถึงขึ้นมา ฟังดูแล้วมีแต่เรื่องในทางลบทั้งนั้น

หนังตัดไปถึงเวลาปัจจุบันว่าจริงๆแล้วสิ่งที่เรากำลังดูคือสิ่งที่นักศึกษาปริญญาตรีกำลังถอดเทปเพื่อทำวิจัยการเมืองในยุคอดีต นักศึกษาคนหนึ่งฟังแล้วรู้สึกโกรธ เห็นใจและเจ็บปวดที่ประเทศของพวกเขาก็ยังคงเผชิญหน้ากับระบอบเผด็จการนี้อยู่ดี มาร์เซโลไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมดาที่มีลูกชายและภรรยาแสนน่ารัก ตัวตนที่แท้จริงเขาคือ 
อาร์มานโด เป็นชายผู้มีความมั่นใจอย่างแรงกล้าที่จะนำความรู้ที่ได้จากต่างประเทศมาพัฒนาโปรเจคที่ค้างไว้แต่ก็ต้องสะดุดลงเพราะนักการเมืองท่านหนึ่งที่เห็นต่างว่าสิ่งที่เขาจะนำพามานั้นมันส่งผลเสียกับผลประโยชน์ตนเอง ควรจะคิดหาทำอย่างอื่นเสียมากกว่า อาร์มานโดได้ยินแต่คำดูถูก คำเสียดสีและคำก่นด่าจนเขาเองรู้สึกไม่พอใจทันที

นักการเมืองตัวเอ้คนนี้ก็ไม่ลงรอยกับอาร์มานโดเช่นกัน ความบาดหมางนี้ก่อเกิดเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองและสั่งเก็บอย่างไร้ความเมตตา หากคุณคิดว่าตอนจบอาร์มานโดหรือมาร์เซโลหนีไปกับครอบครัวได้ ทองดำก็จะบอกว่ามันไม่ใช่ ประเทศบราซิลไม่ต่างอะไรกับประเทศไทย ที่ ผู้ลี้ภัยจะหนีรอดและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกลับกันบางคนถูกทำให้สูญหาย บางคนถูกทำให้ตายและบางคนก็แค่ไม่เคบมีตัวตนอยู่เลยราวกลับว่าทิ้งไว้แค่ความทรงจำและแนวคิดเปลี่ยนโลกให้พวกเรา

ตัดภาพมาที่ปัจจุบันที่นักศึกษาคนนั้นยังคงรู้สึกกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญพอทราบว่าลูกชายเขายังอยู่ จึงติดต่อนัดพบเจอกัน บทสนทนานั้นเรียบง่ายมีแต่ความหวังและความเห็นใจให้กันและกัน ขอบคุณนักศึกษาคนนั้นที่ยังให้พื้นที่ส่วนตัวกับลูกชายของอาร์มานโดให้นึกถึงพ่อของเขาในอดีต

สุดท้ายแล้วทองดำชอบมากๆและยิ่งชอบมากขึ้นเมื่อดูหนังเรื่องในวันเลือกตั้งที่ผ่านมาพอออกมาจากโรงคิดว่าประเทศของเราคงได้เดินหน้าแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อรู้ผลคะแนน สำหรับชีวิตแมวดำตัวเล็กๆนี้แล้วคงไม่หวังมากไปกว่าอยากเห็นประชาธิปไตยเต็มใบจริงเสียที

อย่างไรก็ตามหนังเรื่องนี้ทำให้ทองดำนึกถึงหนังไทยอย่าง Doi Boy (2023) พูดถึงนักกิจกรรมที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรองและแฟนหนุ่มต้องมาตามหาเขาซึ่งมันดีมากๆ เล่นประเด็นเดียวกันเลย หากใครสนใจสามารถไปติดตามสองเรื่องนี้ได้นะคะ :)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทองดำดูหนัง #28 อรุณกาล(2026) ผมจะจดจำคุณตลอดไป

ทองดำดูหนัง #1 It Was Just Accident แค่อุบัติเหตุ...ที่ตั้งใจ

ทองดำดูหนัง #17 The Drama ชีวิตคู่สุดวายป่วงกับศีลธรรมอันดีงามในโลกยุคใหม่